ถ้าคุณรักเขาแล้วเขาจะรักคุณไหม . . . ? ลองค้นหาคำตอบดูดีไหม ถ้าคุณทำเพื่อเขา . . . แล้วเขาเคยทำเพื่อคุณกลับสักครั้งบ้างรึเปล่า? ถ้าคุณกำลังเหงา เขาจะมาอยู่เป็นเพื่อนคุณไหม ถ้าคุณกำลังเจอปัญหา เขาจะยังยืนอยู่เคียงข้างคุณไหม ถ้ามีวันหนึ่งvคุณทำผิดเขาจะอภัยให้คุณได้ไหม ถ้าคุณกำลังอยากระบายเรื่องอะไรสักเรื่อง . . . แต่ดึกมากแล้วคุณลองโทรไปหาเขา เขาจะรับฟังหรือจะต่อว่าคุณ ถ้าคุณกำลังท้อแท้ เขาสามารถให้กำลังใจคุณได้ดีแค่ไหน ถ้าคุณให้ของขวัญเขา แม้เขาจะไม่ชอบ . . . แต่เขายังยิ้มและรับอย่างเต็มใจจริงๆ ได้ไหม ถ้าคุณไม่สวยหรือหล่อ ไม่เก่งหรือมีข้อเสีย เขาสามารถมองข้ามมันไปได้ไหม เขาเคยเตือนคุณไหม เวลาคุณกำลังทำผิดอะไร เวลาเขาเสียใจเคยไหม ที่เขายอมระบายมันให้คุณฟัง ถ้าคุณงอนเขา . . . เขาเคยง้อคุณก่อนบ้างไหม เคยไหม . . . ? ที่เขาทำอะไรให้เรา โดยไม่หวังผลตอบแทน เคยไหม . . . ? ที่เขาเข้ามาวุ่นวายกับเราจนทำให้เรารู้สึกรำคาญ เคยไหมสักครั้งที่เขาบอกรักคุณ . . .? ถ้าคุณทำเพื่อเขา แต่เขาไม่เคยทำเพื่อคุณสักครั้ง . . . คุณมั่นใจแค่ไหนว่าเขาเห็นคุณสำคัญ ถ้าคุณเหงา แต่เขายังปฏิเสธที่จะมาอยู่เป็นเพื่อนคุณ . . . คุณมั่นใจขนาดไหนว่าเขาสนใจความรู้สึกคุณ ถ้าคุณเจอปัญหา แต่กลับไร้เงาของเขา . . . คุณแน่ใจไหมว่าต่อไป เขาจะเสียสละความสุขส่วนตัวมานั่งแก้ปัญหาเพื่อคุณได้ ถ้าคุณทำผิด แต่เขาไม่สามมารถให้อภัยคุณได้.. . . . คุณมั่นใจไหมว่า ต่อไปจากนี้เขาจะยอมรับเรื่องราวต่างๆ ของคุณได้ ถ้าคุณกำลังอยากระบายเรื่องราวต่างๆ . . . แม้มันจะดึกคุณเลือกโทรไปหาเขา แต่เขาต่อว่าคุณลงซะนี่ เขาคงไม่เหมาะจะใช้ชีวิตร่วมกับคุณแน่ๆ ถ้าคุณกำลังท้อแท้ แต่เขาไม่เคยเลยที่จะให้กำลังใจคุณ . . . แล้วต่อไปคุณไม่ต้องให้กำลังตัวเองจนตายเหรอ ถ้าคุณให้ของขวัญเขา แต่เขากลับยิ้มแหย่ๆ แบบไม่เต็มใจรับ เขาคงไม่รู้หรอกว่า ความหมายของของขวัญคุณมากมายแค่ไหน ถ้าคุณไม่สวยไม่หล่อเก่งเริด หรือ มีข้อเสียที่คนอื่นคิดว่าร้ายแรง . . . แต่เขากลับมองเห็นว่าไม่สำคัญ เขาคงเดินทางเดียวกับคุณได้ไม่ยากนักหรอก ถ้าคุณทำผิดอยู่ แล้วเขาเข้ามาเตือนคุณ แสดงว่าเขาเป็นห่วงและคอยเฝ้ามองคุณอยู่น่ะ รู้ตัวไหม ถ้าเขาเลือกคุณเป็นที่ระบายจงภูมิใจเถอะ . . . เพราะคุณจะเป็นคนที่เขาไว้ใจที่สำคัญคนหนึ่งเชียวนะ ถ้าคุณงอนเขา แล้วเขาเข้ามาง้อ แม้คุณจะผิด . . . แสดงว่าเขาแคร์คุณน่ะอย่าเล่นตัวมากล่ะ ถ้าเขาทำเพื่อคุณแบบไม่หวังอะไร นอกจากให้คุณมีความสุข . . . คุณรุ้ไหมคนที่วิเศษที่สุดกำลังอยู่ตรงหน้าคุณแล้ว . . . แล้วคุณล่ะจะเลือกเดินผ่านหรือเลือกร่วมเดินทางเดียวกับเขา ถ้าเขาเข้ามาวุ่นวายกับคุณจงอย่ารำคาญเลยนะ เพราะเขาใส่ใจกับคุณมากเลยล่ะ . . . ไม่งั้นไม่เสียเวลามาวุ่นวายให้โดนคุณด่าหรอก ถ้าเขาไม่เคยบอกรัก ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่รักนะ ลองกลับไปดูข้อข้างบนซะว่า . . . มันเป็นจริงแค่ไหน แล้วค่อยมาตัดสินด้วยใจคุณเองดีกว่า ความรักไม่ใช่แค่ใช้ตามอง . . . แต่ต้องใช้หัวใจเป็นๆ ของคุณเข้าไปสัมผัสมันนะ ความรักไม่ใช้ของแจกฟรี . . . อย่ารักทีล่ะมากๆ เพราะมันอาจจะทำให้คุณเสียสิ่งสำคัญไป ความรัก คือ สิ่งบริสุทธิ์ จงอย่ามักง่ายที่จะใช้ความรัก เพราะเมื่อคุณมักง่ายกับสิ่งนี้ คุณจะได้สัมผัสกับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส . . . ถ้าไม่เชื่อลองดูดิ!!!
http://variety.teenee.com/foodforbrain/12335.html
วันอังคารที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2551
วันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551
พระจันทร์ยิ้ม
ใครเห็นพระจันทร์ยิ้มในคืนนี้บ้างคะ
พระจันทร์ยิ้ม !!! วิ้งๆ ถ้าเพื่อนๆ อยากเห็นให้คืนนี้ ลอง เดิน ออกไปดูนอกบ้าน ทางรอบๆ ทิศ ตะวันออก - ทิศตะวันออกเฉียงใต้ จะเจอเองค่ะสวยมาก ลักษณะ เหมือน คนกำลังยิ้มตามดาราศาสตร์มันคือ การโคจรของ ดาวพฤหัว ดาวศุกร์ และดวงจันทร์คะเพื่อนๆ ลอง ออกไปดูนะคะ สวยมากกก
อ่านรายละเ อียด เกี่ยวกับรอยยิ้มบนท้องฟ้าที่นี่ค่ะ
ดาวพฤหัสบดีเข้าใกล้ดาวศุกร์มองเห็นบนท้องฟ้าระยะ 4 องศาแล้ว ก่อนเป็นดาวคู่พระจันทร์เสี้ยวมองเห็นเหมือนหน้าคนยิ้มบนท้องฟ้า
เมื่อเวลา 12.30 น. วันนี้ (28 พ.ย. 51) นายวรวิทย์ ตันวุฒิบัณฑิต นักดาราศาสตร์ไทย กล่าวว่า จากที่จะเกิดปรากฏการณ์ดาวพฤหัสบดีคู่ดาวศุกร์และมีดวงจันทร์เสี้ยวด้านล่าง ซึ่งปรากฏการณ์นี้มีหลายคนจินตนาการว่าคล้ายใบหน้าของคนกำลังอมยิ้มอย่างมีความสุขบนฟากฟ้าในช่วงค่ำวันที่ 1 ธันวาคม 2551 ตั้งแต่เวลา 17.00-21.30 น. โดยสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว โดยสามารถมองเห็นดาวศุกร์อยู่เคียงข้างกับดาวพฤหัสบดีใกล้กันเพียง 2 องศา และจะมีดวงจันทร์ขึ้น 3 ค่ำ อยู่ ข้างล่างดาวทั้ง สองดวง ห่างดาว เพียง 2 องศาเช่นกัน พร้อม Earth shine คือปรากฏการณ์แสงอาทิตย์ที่ส่องมายังโลกและสะท้อนไปยังดวงจันทร์ทำให้ดวงจันทร์ในวันขึ้น ๓ ค่ำที่จะต้องมองเห็นเป็นจันทร์เสี้ยว แต่กลับมองเห็นเป็นจันทร์เต็มดวง ซึ่งสวยงามมากนั้น
”ในเวลาพลบค่ำขณะนี้ ดาวพฤหัสบดี กับดาวศุกร์เริ่มเข้าใกล้กันมากตามลำดับ โดยอยู่ห่างกันเป็นระยะเชิงมุมไม่เกิน 4 องศา กว้างขนาดของนิ้วหัวแม่มือ2นิ้วประกบกัน ที่มองเห็นเมื่อยืดแขนออกไปข้างหน้า การปรากฏใกล้กันของดาวศุกร์กับดาวพฤหัสบดีเป็นเพียงมุมมองจากโลกเท่านั้น ในความเป็นจริงดาวเคราะห์ 2 ดวงนี้อยู่ห่างกันในอวกาศถึง 760 ล้านกิโลเมตร”
นายวรวิทย์ กล่าวต่อไปว่า ในวันที่ 1 ธ.ค. 51 จะเข้าใกล้กันในระยะ 2 องศาบนท้องฟ้าโดยด้านล่างจะมีดวงจันทร์เสี้ยว เมื่อมองขึ้นไปจะเห็นเหมือนกับใบหน้าคนยิ้มบนท้องฟ้าดังกล่าวข้างต้น และในวันเดียวกันนี้ในทางทวีปยุโรปทั้งหมดจะเห็นเป็นปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวศุกร์พอดี ในขณะอเมริกาดวงจันทร์จะเลยสูงขึ้นไป”นายวรวิทย์กล่าวในที่สุด
ขณะที่นายมรกต อารียะ ศูนย์ศึกษาดาราศาสตร์และเครือข่ายวิทยุสมัครเล่น จ.อุตรดิตถ์กล่าวว่า “ช่วงที่จะเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวศูนย์ศึกษาดาราศาสตร์อุตรดิตถ์จะได้นำกล้องดูดาวและกล้องสองตาตั้งสังเกตการณ์ดาวคู่เดือนที่บริเวณสนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหัก อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งสถานที่ดังกล่าวเป็นที่โล่งมองเห็นขอบฟ้าตะวันตกได้ดี ซึ่งเชื่อว่าช่วงนี้เป็นช่วงฤดูหนาว ท้องฟ้ามืดเร็วและจะสามารถมองเห็นได้ โดยไม่มีอุปสรรครบกวน เหมือนช่วงที่เกิดฝนดาวตกเลโอนิคส์ 16-19 พฤศจิกายน 2551 ที่ผ่านมา
ขอบคุณที่มาจากคมชัดลึก
ที่มา http://mninho.wordpress.com ข้อความถูกแก้ไขเมื่อวันที่ 1 December 2008, 22:38
พระจันทร์ยิ้ม !!! วิ้งๆ ถ้าเพื่อนๆ อยากเห็นให้คืนนี้ ลอง เดิน ออกไปดูนอกบ้าน ทางรอบๆ ทิศ ตะวันออก - ทิศตะวันออกเฉียงใต้ จะเจอเองค่ะสวยมาก ลักษณะ เหมือน คนกำลังยิ้มตามดาราศาสตร์มันคือ การโคจรของ ดาวพฤหัว ดาวศุกร์ และดวงจันทร์คะเพื่อนๆ ลอง ออกไปดูนะคะ สวยมากกก
อ่านรายละเ อียด เกี่ยวกับรอยยิ้มบนท้องฟ้าที่นี่ค่ะ
ดาวพฤหัสบดีเข้าใกล้ดาวศุกร์มองเห็นบนท้องฟ้าระยะ 4 องศาแล้ว ก่อนเป็นดาวคู่พระจันทร์เสี้ยวมองเห็นเหมือนหน้าคนยิ้มบนท้องฟ้า
เมื่อเวลา 12.30 น. วันนี้ (28 พ.ย. 51) นายวรวิทย์ ตันวุฒิบัณฑิต นักดาราศาสตร์ไทย กล่าวว่า จากที่จะเกิดปรากฏการณ์ดาวพฤหัสบดีคู่ดาวศุกร์และมีดวงจันทร์เสี้ยวด้านล่าง ซึ่งปรากฏการณ์นี้มีหลายคนจินตนาการว่าคล้ายใบหน้าของคนกำลังอมยิ้มอย่างมีความสุขบนฟากฟ้าในช่วงค่ำวันที่ 1 ธันวาคม 2551 ตั้งแต่เวลา 17.00-21.30 น. โดยสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว โดยสามารถมองเห็นดาวศุกร์อยู่เคียงข้างกับดาวพฤหัสบดีใกล้กันเพียง 2 องศา และจะมีดวงจันทร์ขึ้น 3 ค่ำ อยู่ ข้างล่างดาวทั้ง สองดวง ห่างดาว เพียง 2 องศาเช่นกัน พร้อม Earth shine คือปรากฏการณ์แสงอาทิตย์ที่ส่องมายังโลกและสะท้อนไปยังดวงจันทร์ทำให้ดวงจันทร์ในวันขึ้น ๓ ค่ำที่จะต้องมองเห็นเป็นจันทร์เสี้ยว แต่กลับมองเห็นเป็นจันทร์เต็มดวง ซึ่งสวยงามมากนั้น
”ในเวลาพลบค่ำขณะนี้ ดาวพฤหัสบดี กับดาวศุกร์เริ่มเข้าใกล้กันมากตามลำดับ โดยอยู่ห่างกันเป็นระยะเชิงมุมไม่เกิน 4 องศา กว้างขนาดของนิ้วหัวแม่มือ2นิ้วประกบกัน ที่มองเห็นเมื่อยืดแขนออกไปข้างหน้า การปรากฏใกล้กันของดาวศุกร์กับดาวพฤหัสบดีเป็นเพียงมุมมองจากโลกเท่านั้น ในความเป็นจริงดาวเคราะห์ 2 ดวงนี้อยู่ห่างกันในอวกาศถึง 760 ล้านกิโลเมตร”
นายวรวิทย์ กล่าวต่อไปว่า ในวันที่ 1 ธ.ค. 51 จะเข้าใกล้กันในระยะ 2 องศาบนท้องฟ้าโดยด้านล่างจะมีดวงจันทร์เสี้ยว เมื่อมองขึ้นไปจะเห็นเหมือนกับใบหน้าคนยิ้มบนท้องฟ้าดังกล่าวข้างต้น และในวันเดียวกันนี้ในทางทวีปยุโรปทั้งหมดจะเห็นเป็นปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวศุกร์พอดี ในขณะอเมริกาดวงจันทร์จะเลยสูงขึ้นไป”นายวรวิทย์กล่าวในที่สุด
ขณะที่นายมรกต อารียะ ศูนย์ศึกษาดาราศาสตร์และเครือข่ายวิทยุสมัครเล่น จ.อุตรดิตถ์กล่าวว่า “ช่วงที่จะเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวศูนย์ศึกษาดาราศาสตร์อุตรดิตถ์จะได้นำกล้องดูดาวและกล้องสองตาตั้งสังเกตการณ์ดาวคู่เดือนที่บริเวณสนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหัก อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งสถานที่ดังกล่าวเป็นที่โล่งมองเห็นขอบฟ้าตะวันตกได้ดี ซึ่งเชื่อว่าช่วงนี้เป็นช่วงฤดูหนาว ท้องฟ้ามืดเร็วและจะสามารถมองเห็นได้ โดยไม่มีอุปสรรครบกวน เหมือนช่วงที่เกิดฝนดาวตกเลโอนิคส์ 16-19 พฤศจิกายน 2551 ที่ผ่านมา
ขอบคุณที่มาจากคมชัดลึก
ที่มา http://mninho.wordpress.com ข้อความถูกแก้ไขเมื่อวันที่ 1 December 2008, 22:38
วอเตอร์มิ้ล
"วอเตอร์มิลล์" น้ำดื่มจากอากาศ?
ต่อไปเครื่องทำน้ำดื่มจากอากาศจะได้รับความนิยมเช่นเดียวกับไมโครเวฟ
เครื่องทำน้ำดื่ม "วอเตอร์มิลล์" ใช้เทคโนโลยีเดียวกันกับไมโครเวฟ คือทำให้ความชื้นน้อยลง โดยการจับความชื้นในอากาศ ซึ่งเป็นแหล่งความชื้นในธรรมชาติที่ไม่มีวันหมด
"วอเตอร์มิลล์" จะแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่ไม่มีน้ำสะอาดเอาไว้ดื่ม ด้วยการจับความชื้นในอากาศมาเข้าเครื่องกรองและเครื่องทำความเย็น จนกลั่นความชื้นออกมาเป็นน้ำได้ แต่ละวันจะผลิตน้ำได้ 12 ลิตร ในช่วงที่มีพายุฝนที่ความชื้นในอากาศสูง จะผลิตน้ำได้มากกว่านี้อีก
นายโจนาธาน ริตชี่ ผู้ประดิษฐ์ กล่าวว่า "วอเตอร์มิลล์สูง 3 ฟุต ราคา 44,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการผลิตตกลิตรละ 15 บาท ใช้พลังงานเพียงแค่ไฟ 3 ดวง แต่ต้องใช้ในพื้นที่ที่มีความชื้นมากกว่า 30% เท่านั้น"
http://www.yenta4.com/webboard/2/1287927.html
ต่อไปเครื่องทำน้ำดื่มจากอากาศจะได้รับความนิยมเช่นเดียวกับไมโครเวฟ
เครื่องทำน้ำดื่ม "วอเตอร์มิลล์" ใช้เทคโนโลยีเดียวกันกับไมโครเวฟ คือทำให้ความชื้นน้อยลง โดยการจับความชื้นในอากาศ ซึ่งเป็นแหล่งความชื้นในธรรมชาติที่ไม่มีวันหมด
"วอเตอร์มิลล์" จะแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่ไม่มีน้ำสะอาดเอาไว้ดื่ม ด้วยการจับความชื้นในอากาศมาเข้าเครื่องกรองและเครื่องทำความเย็น จนกลั่นความชื้นออกมาเป็นน้ำได้ แต่ละวันจะผลิตน้ำได้ 12 ลิตร ในช่วงที่มีพายุฝนที่ความชื้นในอากาศสูง จะผลิตน้ำได้มากกว่านี้อีก
นายโจนาธาน ริตชี่ ผู้ประดิษฐ์ กล่าวว่า "วอเตอร์มิลล์สูง 3 ฟุต ราคา 44,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการผลิตตกลิตรละ 15 บาท ใช้พลังงานเพียงแค่ไฟ 3 ดวง แต่ต้องใช้ในพื้นที่ที่มีความชื้นมากกว่า 30% เท่านั้น"
http://www.yenta4.com/webboard/2/1287927.html
วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
แบ่งปัน
หัวข้อ : แบ่งปัน
สังคมจะ "น่าอยู่" หากมีภาพแบบนี้เกิดขึ้นเยอะๆภาพที่คุณกำลัง "มอง" อยู่นี่แหละ!!!ภาพของ สุนัขที่กำลังให้นมลูกแมว!!!ว่าแล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ภาพนี้จะทำให้ใครรู้สึกอยากหันกลับมาถามตัวเองบ้างมั้ยว่า...เราเคยเป็นฝ่าย "ให้" อะไรแก่ใครบ้างหรือเปล่า?หรือดีแต่ "ให้ร้าย" คนอื่นอยู่เรื่อย?เก็บมาฝาก เพราะอยากให้หัวใจของใครต่อใครรู้สึกอบอุ่น
โดยทั้งหมดนี้เป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านของชายชาวจีนผู้หนึ่งในเมืองเจียงเหมิน ประเทศจีนที่เล่าว่า...เค้าเลี้ยงแมว และหมามาด้วยกันนานนับ 10 ปีสัตว์ต่างสายพันธุ์จึงเข้ากันได้ดี ไม่เคยมีปัญหาแต่ถึงกระนั้น นี่ก็เป็น "ครั้งแรก" ในชีวิตที่เขาได้เห็นภาพสุนัขให้นมลูกแมวซึ่งแม่ของพวกน้องเหมียวเหล่านี้ เพิ่งตายไป เพราะไปเขมือบหนูมีพิษสุนัขแม่ลูกอ่อน ก็เลยสงสารเมื่อได้ยินเสียงร้องเพราะหิวนมของลูกแมว มันก็เลยมีน้ำใจปันน้ำนมของมันให้แก่ลูกแมวเหล่านี้ได้ดูดกัน ต่างนมแม่ อย่างที่เห็นนี่แหละใครที่ไม่มี "น้ำนม" ก็เริ่มที่ปัน "น้ำใจ" น่ะมีมั้ย?มีมั้ย?
คอลัมน์ เกร็ดต่างแดน
ที่มาจากหนังสือพิมพ์ มติชน
สังคมจะ "น่าอยู่" หากมีภาพแบบนี้เกิดขึ้นเยอะๆภาพที่คุณกำลัง "มอง" อยู่นี่แหละ!!!ภาพของ สุนัขที่กำลังให้นมลูกแมว!!!ว่าแล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ภาพนี้จะทำให้ใครรู้สึกอยากหันกลับมาถามตัวเองบ้างมั้ยว่า...เราเคยเป็นฝ่าย "ให้" อะไรแก่ใครบ้างหรือเปล่า?หรือดีแต่ "ให้ร้าย" คนอื่นอยู่เรื่อย?เก็บมาฝาก เพราะอยากให้หัวใจของใครต่อใครรู้สึกอบอุ่น
โดยทั้งหมดนี้เป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านของชายชาวจีนผู้หนึ่งในเมืองเจียงเหมิน ประเทศจีนที่เล่าว่า...เค้าเลี้ยงแมว และหมามาด้วยกันนานนับ 10 ปีสัตว์ต่างสายพันธุ์จึงเข้ากันได้ดี ไม่เคยมีปัญหาแต่ถึงกระนั้น นี่ก็เป็น "ครั้งแรก" ในชีวิตที่เขาได้เห็นภาพสุนัขให้นมลูกแมวซึ่งแม่ของพวกน้องเหมียวเหล่านี้ เพิ่งตายไป เพราะไปเขมือบหนูมีพิษสุนัขแม่ลูกอ่อน ก็เลยสงสารเมื่อได้ยินเสียงร้องเพราะหิวนมของลูกแมว มันก็เลยมีน้ำใจปันน้ำนมของมันให้แก่ลูกแมวเหล่านี้ได้ดูดกัน ต่างนมแม่ อย่างที่เห็นนี่แหละใครที่ไม่มี "น้ำนม" ก็เริ่มที่ปัน "น้ำใจ" น่ะมีมั้ย?มีมั้ย?
คอลัมน์ เกร็ดต่างแดน
ที่มาจากหนังสือพิมพ์ มติชน
ขอขอบคุณweb : http://www.yenta4.com/webboard/2/1284650.html
ข้อดีของการฟังเพลง สนุกๆ
ฟังเพลงสนุกสนานรื่นเริง ส่งเสริมสุขภาพใจแข็ง แรง นักวิจัยในอเมริกาศึกษาพบว่า การฟังเพลงโปรดมีส่วนช่วยทำให้ระบบหลอดเลือดทำงานดีขึ้น นับเป็นหลักฐานครั้งแรกที่แสดงว่าอารมณ์คนเราถูกปลุกขึ้นมา ได้เมื่อได้ฟังเพลงที่สนุกสนาน และมีผลดีต่อสุขภาพในการทำหน้าที่ของหลอดเลือดอีกด้วย
นักวิจัยคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ ในบัลติมอร์ ได้ศึกษากับอาสาสมัครชายสุขภาพดี ไม่สูบบุหรี่ 70 เปอร์เซ็นต์ อายุเฉลี่ย 36 ปี พบว่าดนตรีที่อาสาสมัครเลือกฟังแล้วทำให้อารมณ์ดีสนุกสนานนั้น จะทำให้ เนื้อเยื่อในหลอดโลหิตขยายตัว เพื่อให้กระแสโลหิตไหลเวียนดีขึ้น ผลสนองตอบด้านสุขภาพเช่นนี้เป็นไปในแนวทางเดียวกันกับที่นักวิจัยกลุ่มเดียวกันนี้เคยศึกษาไว้เมื่อปี 2548 เกี่ยวกับเรื่องการหัวเราะ การศึกษาครั้งนี้พบว่า เมื่ออาสาสมัครฟังเพลงในแบบที่ตนรู้สึกว่าเคร่งเครียดจะส่งผลต่อหลอดเลือดให้ตีบแคบลง กล่าวคือการไหลเวียนของโลหิตลดลง.
นักวิจัยคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ ในบัลติมอร์ ได้ศึกษากับอาสาสมัครชายสุขภาพดี ไม่สูบบุหรี่ 70 เปอร์เซ็นต์ อายุเฉลี่ย 36 ปี พบว่าดนตรีที่อาสาสมัครเลือกฟังแล้วทำให้อารมณ์ดีสนุกสนานนั้น จะทำให้ เนื้อเยื่อในหลอดโลหิตขยายตัว เพื่อให้กระแสโลหิตไหลเวียนดีขึ้น ผลสนองตอบด้านสุขภาพเช่นนี้เป็นไปในแนวทางเดียวกันกับที่นักวิจัยกลุ่มเดียวกันนี้เคยศึกษาไว้เมื่อปี 2548 เกี่ยวกับเรื่องการหัวเราะ การศึกษาครั้งนี้พบว่า เมื่ออาสาสมัครฟังเพลงในแบบที่ตนรู้สึกว่าเคร่งเครียดจะส่งผลต่อหลอดเลือดให้ตีบแคบลง กล่าวคือการไหลเวียนของโลหิตลดลง.
วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
เตือนภัยหนุ่มสาวออฟฟิศระวัง CTS ถามหา
โลกเราสมัยนี้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเสียเหลือเกิน ทำให้สภาวะแวดล้อมต่าง ๆ รอบตัวเราเปลี่ยนไป ทุกสิ่งทุกอย่างดูเร่งรีบมากขึ้น
และเพราะการที่เราต้องทำงานให้ทันต่อเวลานี่เองเลยทำให้บางครั้งเราอาจจะละเลยที่จะใส่ใจดูแลสุขภาพของตัวเราเองไปบ้าง บางคนกว่าจะมารู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว
วันนี้เลยหยิบเอาภัยคุกคามหนุ่มสาววัยทำงานมาฝากกันค่ะ ที่ว่าเป็นภัยคุกคามนั้นเพราะโรคที่จะพูดถึงต่อไปนี้ บางคนก็อาจจะรู้จัก แต่มีหลาย ๆ คนเลยทีเดียวที่ไม่ทราบว่ามีโรคชนิดนี้อยู่ด้วย โรคที่ว่านั่นก็คือ เอ็นกล้ามเนื้อต้นคออักเสบ หรือ Carpal Tunnel Syndrome (CTS)
สาเหตุหลักเกิดจากการใช้ข้อมือในการยึดจับสิ่งของ หรือเมาส์คอมพิวเตอร์ในท่าเดิม ๆ เป็นเวลานาน ๆ ทำให้กล้ามเนื้อกดทับเส้นประสาทและเส้นเอ็นจนอักเสบ เกิดพังผืดยึดจับบริเวณนั้นเป็นจำนวนมาก หรืออาจเกิดจากการทำงานของเส้นประสาทที่ส่งสัญญาณผ่านท่อนแขนจากข้อศอกไปยังบริเวณข้อมือซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้เกิดอาการปวดของปลายประสาท หรือเส้นเอ็นบริเวณต้นคอเกิดการอักเสบซึ่งมาจากสาเหตุเดียวกัน
ปัจจุบันนี้หนุ่มสาวออฟฟิศนั้นต่างก็ต้องทำงานร่วมกับคอมพิวเตอร์และเมาส์เป็นระยะเวลานานเกือบจะตลอดทั้งวัน ซึ่งในตอนนี้นั้นพบว่ามีหลายคนมากเลยทีเดียวที่เริ่มเป็นโรคนี้กันแล้ว นอกจานี้กลุ่มคนที่เสี่ยงยังมีตั้งแต่กลุ่มคนที่ใช้มือมาก ๆ อย่างเช่น คนที่ชอบถักนิตติ้ง หญิงใกล้คลอด ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่มีผลต่อปลายประสาท เป็นต้น
อาการที่พบคือ ผู้ป่วยจะมีอาการเสียวและชาที่มือ บางรายอาจจะมีอาการปวดไปทั้งแขน จากนั้นจะเริ่มรู้สึกว่ามือเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ รวมทั้งกล้ามเนื้อตรงช่วงหัวแม่มือก็จะค่อย ๆ ลีบหดลงเรื่อย ๆ ด้วยค่ะ
สำหรับการรักษานั้น มีทั้งการทานยาและผ่าตัด ซึ่งในรายที่ไม่รุนแรงมากเพียงแค่ทานยาอาการก็จะหายไปได้เอง แต่ในรายที่รุนแรงมาก ๆ จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อรักษาค่ะ
แต่ถ้าใครที่ไม่อยากเป็นโรคนี้ล่ะก็แนะนำให้หมั่นผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณมือและข้อมือทุก 15 - 20 นาทีค่ะ จะสามารถช่วยได้ แต่วิธีการที่ดีที่สุดก็คือรู้จักแบ่งเวลาทำงาน และเวลาพักผ่อนออกกำลังค่ะ เพราะถ้าคุณเอาแต่ทำงานมากจนเกินไป เจ้าโรคนี้อาจจะถามหาเอาได้ค่ะ
และเพราะการที่เราต้องทำงานให้ทันต่อเวลานี่เองเลยทำให้บางครั้งเราอาจจะละเลยที่จะใส่ใจดูแลสุขภาพของตัวเราเองไปบ้าง บางคนกว่าจะมารู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว
วันนี้เลยหยิบเอาภัยคุกคามหนุ่มสาววัยทำงานมาฝากกันค่ะ ที่ว่าเป็นภัยคุกคามนั้นเพราะโรคที่จะพูดถึงต่อไปนี้ บางคนก็อาจจะรู้จัก แต่มีหลาย ๆ คนเลยทีเดียวที่ไม่ทราบว่ามีโรคชนิดนี้อยู่ด้วย โรคที่ว่านั่นก็คือ เอ็นกล้ามเนื้อต้นคออักเสบ หรือ Carpal Tunnel Syndrome (CTS)
สาเหตุหลักเกิดจากการใช้ข้อมือในการยึดจับสิ่งของ หรือเมาส์คอมพิวเตอร์ในท่าเดิม ๆ เป็นเวลานาน ๆ ทำให้กล้ามเนื้อกดทับเส้นประสาทและเส้นเอ็นจนอักเสบ เกิดพังผืดยึดจับบริเวณนั้นเป็นจำนวนมาก หรืออาจเกิดจากการทำงานของเส้นประสาทที่ส่งสัญญาณผ่านท่อนแขนจากข้อศอกไปยังบริเวณข้อมือซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้เกิดอาการปวดของปลายประสาท หรือเส้นเอ็นบริเวณต้นคอเกิดการอักเสบซึ่งมาจากสาเหตุเดียวกัน
ปัจจุบันนี้หนุ่มสาวออฟฟิศนั้นต่างก็ต้องทำงานร่วมกับคอมพิวเตอร์และเมาส์เป็นระยะเวลานานเกือบจะตลอดทั้งวัน ซึ่งในตอนนี้นั้นพบว่ามีหลายคนมากเลยทีเดียวที่เริ่มเป็นโรคนี้กันแล้ว นอกจานี้กลุ่มคนที่เสี่ยงยังมีตั้งแต่กลุ่มคนที่ใช้มือมาก ๆ อย่างเช่น คนที่ชอบถักนิตติ้ง หญิงใกล้คลอด ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่มีผลต่อปลายประสาท เป็นต้น
อาการที่พบคือ ผู้ป่วยจะมีอาการเสียวและชาที่มือ บางรายอาจจะมีอาการปวดไปทั้งแขน จากนั้นจะเริ่มรู้สึกว่ามือเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ รวมทั้งกล้ามเนื้อตรงช่วงหัวแม่มือก็จะค่อย ๆ ลีบหดลงเรื่อย ๆ ด้วยค่ะ
สำหรับการรักษานั้น มีทั้งการทานยาและผ่าตัด ซึ่งในรายที่ไม่รุนแรงมากเพียงแค่ทานยาอาการก็จะหายไปได้เอง แต่ในรายที่รุนแรงมาก ๆ จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อรักษาค่ะ
แต่ถ้าใครที่ไม่อยากเป็นโรคนี้ล่ะก็แนะนำให้หมั่นผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณมือและข้อมือทุก 15 - 20 นาทีค่ะ จะสามารถช่วยได้ แต่วิธีการที่ดีที่สุดก็คือรู้จักแบ่งเวลาทำงาน และเวลาพักผ่อนออกกำลังค่ะ เพราะถ้าคุณเอาแต่ทำงานมากจนเกินไป เจ้าโรคนี้อาจจะถามหาเอาได้ค่ะ
วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
อันตรายของ printer ที่เป็นแบบเลเซอร์
มีใครทราบบ้างว่าบางครั้ง เจ้าเลเซอร์พรินต์ ที่เราใช้ ๆ กันอยู่ทุก วัน ๆ นั้นก็สามารถเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้เหมือนกัน วันนี้เราเลยนำเอาเกร็ดความรู้ มีเรื่องนี้มาฝากกัน
ทีมนักวิทยาศาสตร์ในออสเตรเลียพบว่า เครื่อง เลเซอร์พรินเตอร์ ที่ใช้พิมพ์งานในสำนักงานนั้น เป็นอันตรายต่อปอดของคนทำงานได้พอ ๆ กับอนุภาคควันจากการสูบบุหรี่
ผลจากการเฝ้าสังเกตตรวจตราเครื่องเลเซอร์พรินเตอร์หลายรุ่น 1 ใน 3 ของเครื่องนั้นปล่อยระดับหมึกที่เป็นอันตรายออกมาสู่อากาศรอบข้าง ทีมนักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีควีนส์แลนด์ เรียกร้องต่อรัฐบาลให้ออกกฎควบคุมการฟุ้งกระจายของหมึกจากเครื่องพรินเตอร์อย่างจริงจัง และเสนอว่าเครื่องพรินเตอร์ บางชนิดน่าจะมีการติดป้ายเตือนภัยเกี่ยวกับสุขภาพ
นักวิจัยกลุ่มนี้ได้ทำการทดสอบเครื่องพรินเตอร์ต่าง ๆ กว่า 60 เครื่อง พบว่าเกือบ 1/3 นั้นมีการปล่อยอนุภาคหมึกขนาดเล็กจิ๋วออกมา มันมีขนาดเล็กมากจนสามารถแทรกซึมเข้าสู่ปอดได้ และเป็นเหตุให้เกิดปัญหาต่อระบบทางเดินหายใจ ไปจนถึงการเจ็บป่วยเรื้อรัง
ในการทดสอบกระทำขึ้นภายในสำนักงานแบบเปิดและพบว่า อนุภาคนั้นเพิ่มขึ้น 5 เท่าระหว่างชั่วโมงทำงาน ซึ่งสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากการใช้เครื่อง พรินเตอร์ นั่นเอง ปัญหาจะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนหมึกพิมพ์ใหม่ และมีการเรียกใช้งานพิมพ์ภาพกราฟฟิกที่มีปริมาณการใช้หมึกพิมพ์สูง
แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะยกเลิกไม่ใช้เจ้าเครื่องพรินเตอร์ไปเลยหรอกนะคะ เพียงแต่รู้อย่างนี้แล้วก็ต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพื่อเป็นการรักษาสุขภาพกันด้วย
ทีมนักวิทยาศาสตร์ในออสเตรเลียพบว่า เครื่อง เลเซอร์พรินเตอร์ ที่ใช้พิมพ์งานในสำนักงานนั้น เป็นอันตรายต่อปอดของคนทำงานได้พอ ๆ กับอนุภาคควันจากการสูบบุหรี่
ผลจากการเฝ้าสังเกตตรวจตราเครื่องเลเซอร์พรินเตอร์หลายรุ่น 1 ใน 3 ของเครื่องนั้นปล่อยระดับหมึกที่เป็นอันตรายออกมาสู่อากาศรอบข้าง ทีมนักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีควีนส์แลนด์ เรียกร้องต่อรัฐบาลให้ออกกฎควบคุมการฟุ้งกระจายของหมึกจากเครื่องพรินเตอร์อย่างจริงจัง และเสนอว่าเครื่องพรินเตอร์ บางชนิดน่าจะมีการติดป้ายเตือนภัยเกี่ยวกับสุขภาพ
นักวิจัยกลุ่มนี้ได้ทำการทดสอบเครื่องพรินเตอร์ต่าง ๆ กว่า 60 เครื่อง พบว่าเกือบ 1/3 นั้นมีการปล่อยอนุภาคหมึกขนาดเล็กจิ๋วออกมา มันมีขนาดเล็กมากจนสามารถแทรกซึมเข้าสู่ปอดได้ และเป็นเหตุให้เกิดปัญหาต่อระบบทางเดินหายใจ ไปจนถึงการเจ็บป่วยเรื้อรัง
ในการทดสอบกระทำขึ้นภายในสำนักงานแบบเปิดและพบว่า อนุภาคนั้นเพิ่มขึ้น 5 เท่าระหว่างชั่วโมงทำงาน ซึ่งสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากการใช้เครื่อง พรินเตอร์ นั่นเอง ปัญหาจะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนหมึกพิมพ์ใหม่ และมีการเรียกใช้งานพิมพ์ภาพกราฟฟิกที่มีปริมาณการใช้หมึกพิมพ์สูง
แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะยกเลิกไม่ใช้เจ้าเครื่องพรินเตอร์ไปเลยหรอกนะคะ เพียงแต่รู้อย่างนี้แล้วก็ต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพื่อเป็นการรักษาสุขภาพกันด้วย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
.jpg)