วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

แบ่งปัน




หัวข้อ : แบ่งปัน

สังคมจะ "น่าอยู่" หากมีภาพแบบนี้เกิดขึ้นเยอะๆภาพที่คุณกำลัง "มอง" อยู่นี่แหละ!!!ภาพของ สุนัขที่กำลังให้นมลูกแมว!!!ว่าแล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ภาพนี้จะทำให้ใครรู้สึกอยากหันกลับมาถามตัวเองบ้างมั้ยว่า...เราเคยเป็นฝ่าย "ให้" อะไรแก่ใครบ้างหรือเปล่า?หรือดีแต่ "ให้ร้าย" คนอื่นอยู่เรื่อย?เก็บมาฝาก เพราะอยากให้หัวใจของใครต่อใครรู้สึกอบอุ่น
โดยทั้งหมดนี้เป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านของชายชาวจีนผู้หนึ่งในเมืองเจียงเหมิน ประเทศจีนที่เล่าว่า...เค้าเลี้ยงแมว และหมามาด้วยกันนานนับ 10 ปีสัตว์ต่างสายพันธุ์จึงเข้ากันได้ดี ไม่เคยมีปัญหาแต่ถึงกระนั้น นี่ก็เป็น "ครั้งแรก" ในชีวิตที่เขาได้เห็นภาพสุนัขให้นมลูกแมวซึ่งแม่ของพวกน้องเหมียวเหล่านี้ เพิ่งตายไป เพราะไปเขมือบหนูมีพิษสุนัขแม่ลูกอ่อน ก็เลยสงสารเมื่อได้ยินเสียงร้องเพราะหิวนมของลูกแมว มันก็เลยมีน้ำใจปันน้ำนมของมันให้แก่ลูกแมวเหล่านี้ได้ดูดกัน ต่างนมแม่ อย่างที่เห็นนี่แหละใครที่ไม่มี "น้ำนม" ก็เริ่มที่ปัน "น้ำใจ" น่ะมีมั้ย?มีมั้ย?
คอลัมน์ เกร็ดต่างแดน
ที่มาจากหนังสือพิมพ์ มติชน
ขอขอบคุณweb : http://www.yenta4.com/webboard/2/1284650.html

ข้อดีของการฟังเพลง สนุกๆ




ฟังเพลงสนุกสนานรื่นเริง ส่งเสริมสุขภาพใจแข็ง แรง นักวิจัยในอเมริกาศึกษาพบว่า การฟังเพลงโปรดมีส่วนช่วยทำให้ระบบหลอดเลือดทำงานดีขึ้น นับเป็นหลักฐานครั้งแรกที่แสดงว่าอารมณ์คนเราถูกปลุกขึ้นมา ได้เมื่อได้ฟังเพลงที่สนุกสนาน และมีผลดีต่อสุขภาพในการทำหน้าที่ของหลอดเลือดอีกด้วย
นักวิจัยคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ ในบัลติมอร์ ได้ศึกษากับอาสาสมัครชายสุขภาพดี ไม่สูบบุหรี่ 70 เปอร์เซ็นต์ อายุเฉลี่ย 36 ปี พบว่าดนตรีที่อาสาสมัครเลือกฟังแล้วทำให้อารมณ์ดีสนุกสนานนั้น จะทำให้ เนื้อเยื่อในหลอดโลหิตขยายตัว เพื่อให้กระแสโลหิตไหลเวียนดีขึ้น ผลสนองตอบด้านสุขภาพเช่นนี้เป็นไปในแนวทางเดียวกันกับที่นักวิจัยกลุ่มเดียวกันนี้เคยศึกษาไว้เมื่อปี 2548 เกี่ยวกับเรื่องการหัวเราะ การศึกษาครั้งนี้พบว่า เมื่ออาสาสมัครฟังเพลงในแบบที่ตนรู้สึกว่าเคร่งเครียดจะส่งผลต่อหลอดเลือดให้ตีบแคบลง กล่าวคือการไหลเวียนของโลหิตลดลง.




วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

เตือนภัยหนุ่มสาวออฟฟิศระวัง CTS ถามหา

โลกเราสมัยนี้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเสียเหลือเกิน ทำให้สภาวะแวดล้อมต่าง ๆ รอบตัวเราเปลี่ยนไป ทุกสิ่งทุกอย่างดูเร่งรีบมากขึ้น
และเพราะการที่เราต้องทำงานให้ทันต่อเวลานี่เองเลยทำให้บางครั้งเราอาจจะละเลยที่จะใส่ใจดูแลสุขภาพของตัวเราเองไปบ้าง บางคนกว่าจะมารู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว
วันนี้เลยหยิบเอาภัยคุกคามหนุ่มสาววัยทำงานมาฝากกันค่ะ ที่ว่าเป็นภัยคุกคามนั้นเพราะโรคที่จะพูดถึงต่อไปนี้ บางคนก็อาจจะรู้จัก แต่มีหลาย ๆ คนเลยทีเดียวที่ไม่ทราบว่ามีโรคชนิดนี้อยู่ด้วย โรคที่ว่านั่นก็คือ เอ็นกล้ามเนื้อต้นคออักเสบ หรือ Carpal Tunnel Syndrome (CTS)
สาเหตุหลักเกิดจากการใช้ข้อมือในการยึดจับสิ่งของ หรือเมาส์คอมพิวเตอร์ในท่าเดิม ๆ เป็นเวลานาน ๆ ทำให้กล้ามเนื้อกดทับเส้นประสาทและเส้นเอ็นจนอักเสบ เกิดพังผืดยึดจับบริเวณนั้นเป็นจำนวนมาก หรืออาจเกิดจากการทำงานของเส้นประสาทที่ส่งสัญญาณผ่านท่อนแขนจากข้อศอกไปยังบริเวณข้อมือซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้เกิดอาการปวดของปลายประสาท หรือเส้นเอ็นบริเวณต้นคอเกิดการอักเสบซึ่งมาจากสาเหตุเดียวกัน


ปัจจุบันนี้หนุ่มสาวออฟฟิศนั้นต่างก็ต้องทำงานร่วมกับคอมพิวเตอร์และเมาส์เป็นระยะเวลานานเกือบจะตลอดทั้งวัน ซึ่งในตอนนี้นั้นพบว่ามีหลายคนมากเลยทีเดียวที่เริ่มเป็นโรคนี้กันแล้ว นอกจานี้กลุ่มคนที่เสี่ยงยังมีตั้งแต่กลุ่มคนที่ใช้มือมาก ๆ อย่างเช่น คนที่ชอบถักนิตติ้ง หญิงใกล้คลอด ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่มีผลต่อปลายประสาท เป็นต้น
อาการที่พบคือ ผู้ป่วยจะมีอาการเสียวและชาที่มือ บางรายอาจจะมีอาการปวดไปทั้งแขน จากนั้นจะเริ่มรู้สึกว่ามือเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ รวมทั้งกล้ามเนื้อตรงช่วงหัวแม่มือก็จะค่อย ๆ ลีบหดลงเรื่อย ๆ ด้วยค่ะ
สำหรับการรักษานั้น มีทั้งการทานยาและผ่าตัด ซึ่งในรายที่ไม่รุนแรงมากเพียงแค่ทานยาอาการก็จะหายไปได้เอง แต่ในรายที่รุนแรงมาก ๆ จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อรักษาค่ะ
แต่ถ้าใครที่ไม่อยากเป็นโรคนี้ล่ะก็แนะนำให้หมั่นผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณมือและข้อมือทุก 15 - 20 นาทีค่ะ จะสามารถช่วยได้ แต่วิธีการที่ดีที่สุดก็คือรู้จักแบ่งเวลาทำงาน และเวลาพักผ่อนออกกำลังค่ะ เพราะถ้าคุณเอาแต่ทำงานมากจนเกินไป เจ้าโรคนี้อาจจะถามหาเอาได้ค่ะ

วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

อันตรายของ printer ที่เป็นแบบเลเซอร์

มีใครทราบบ้างว่าบางครั้ง เจ้าเลเซอร์พรินต์ ที่เราใช้ ๆ กันอยู่ทุก วัน ๆ นั้นก็สามารถเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้เหมือนกัน วันนี้เราเลยนำเอาเกร็ดความรู้ มีเรื่องนี้มาฝากกัน
ทีมนักวิทยาศาสตร์ในออสเตรเลียพบว่า เครื่อง เลเซอร์พรินเตอร์ ที่ใช้พิมพ์งานในสำนักงานนั้น เป็นอันตรายต่อปอดของคนทำงานได้พอ ๆ กับอนุภาคควันจากการสูบบุหรี่
ผลจากการเฝ้าสังเกตตรวจตราเครื่องเลเซอร์พรินเตอร์หลายรุ่น 1 ใน 3 ของเครื่องนั้นปล่อยระดับหมึกที่เป็นอันตรายออกมาสู่อากาศรอบข้าง ทีมนักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีควีนส์แลนด์ เรียกร้องต่อรัฐบาลให้ออกกฎควบคุมการฟุ้งกระจายของหมึกจากเครื่องพรินเตอร์อย่างจริงจัง และเสนอว่าเครื่องพรินเตอร์ บางชนิดน่าจะมีการติดป้ายเตือนภัยเกี่ยวกับสุขภาพ
นักวิจัยกลุ่มนี้ได้ทำการทดสอบเครื่องพรินเตอร์ต่าง ๆ กว่า 60 เครื่อง พบว่าเกือบ 1/3 นั้นมีการปล่อยอนุภาคหมึกขนาดเล็กจิ๋วออกมา มันมีขนาดเล็กมากจนสามารถแทรกซึมเข้าสู่ปอดได้ และเป็นเหตุให้เกิดปัญหาต่อระบบทางเดินหายใจ ไปจนถึงการเจ็บป่วยเรื้อรัง
ในการทดสอบกระทำขึ้นภายในสำนักงานแบบเปิดและพบว่า อนุภาคนั้นเพิ่มขึ้น 5 เท่าระหว่างชั่วโมงทำงาน ซึ่งสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากการใช้เครื่อง พรินเตอร์ นั่นเอง ปัญหาจะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนหมึกพิมพ์ใหม่ และมีการเรียกใช้งานพิมพ์ภาพกราฟฟิกที่มีปริมาณการใช้หมึกพิมพ์สูง
แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะยกเลิกไม่ใช้เจ้าเครื่องพรินเตอร์ไปเลยหรอกนะคะ เพียงแต่รู้อย่างนี้แล้วก็ต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพื่อเป็นการรักษาสุขภาพกันด้วย

ทักทายเปิดเทอม

สวัสดีครับ

ห่างหายไปซะนาน !!
เผลอแปปเดียว ก็เปิดเทอมแล้วครับ
สำหรับ เกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา

ข้าพเจ้าก็ได้ไปเรียนพิเศษที่กรุงเทพ
ก็นับว่าเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่
ที่ได้ไปใช้ชีวิตร่วมกับเพื่อน ๆ

พอเปิดเทอมมา งานก็มีมาเรื่อยๆ ก็เหนื่อยกันไป
แต่ก็ต้องทำ เพื่ออนาคต

สำหรับวันนี้พอแค่นี้ก่อน

วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2551

blog ของเพื่อนๆ จ้า

Blog ของเพื่อนๆ

เลขที่ 3 นายศุภรัช (เอก) ม.4/1 : http://akelllp.mthai.com
เลขที่ 3 นายชัยพร (แมน) ม.4/2 :http://dekben.blog.mthai.com/
เลขที่ 4 นายณัฐพล (คัท) :http://blog.hunsa.com/nattaponcutter
เลขที่ 5 นายดรัณภพ (ไอเดีย) :http://www.oknation.net/blog/dreammaker/
เลขที่ 6 นายทิชาวุฒิ (ปอม) :http://thicahwuth.blogspot.com/
เลขที่ 7 นายธนสิทธิ์ (ต๋อง) :http://blog.hunsa.com/tong9613
เลขที่ 8 นายนนทนันท์(นาย) :http://nai-iannoi.blogspot.com/
เลขที่ 9 นายเมธา (เอฟ) : http://blog.hunsa.com/meta2535/
เลขที่ 10 นายศตคุณ (มีน) :http://zatakun-mongteenz.blogspot.com/
เลขที่ 11 นายสหรัฐ (แชมป์) :http://love-pp-nine.blogspot.com/
เลขที่ 12 นายสุทธิพงษ์ (ต้น) :http://blog.hunsa.com/ton216/
เลขที่ 13 นายกษิดิษ (เกมส์) :http://blog.hunsa.com/gamekadid/

อิเหนา

เรื่องย่ออิเหนา ( ตอนศึกกะหมังกุหนิง )
ผู้แต่ง พระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒
ประวัติผู้แต่ง พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอิศรสุนทรฯ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ แห่งราชจักรีวงศ์ มีพระนามเต็มว่า : พระบาทสมเด็จพระบรมราชาธิราชรามาธิบดี ศรีสินทรบรมมหา จักรพรรดิราชาธิบดินทร์ ธรณินทราธิราช รัตนากาศภาสกรวงศ์ องค์ปรมาธิเบศ ตรีภูวเนตรวรนายก ดิลกรัตนราชชาติอาชาวศรัย สมุทัยดโรมนต์ สากลจักรวาฬาธิเบนทร สุริเยนทราธิบดินทร์ หริหรินทรา ธาดาธิบดี ศรีวิบูลยคุณอกนิษฐ ฤทธิราเมศวรมหันต บรมธรรมิกราชาธิราชเดโชชัย พรหมเทพาดิเทพนฤบดินทร์ ภูมิทรปรมาธิเบศ โลกเชษฐวิสุทธิ รัตนมกุฎประกาศ คตามหาพุทธางกูรบรมบพิตร พระพุทธเจ้าอยู่หัว ( พระนามที่ปรากฏ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยนั้น พึ่งถวายพระนามเรียกเมื่อสมัยรัชกาลที่ ๓ )พระนามเดิม : ฉิม (สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร) พระราชสมภพ : เมื่อ วันพุธ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๔ ปีกุน เวลาเช้า ๕ ยาม ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๓๑๐ เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ ๔ ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เสวยราชสมบัติ : เมื่อปีมะเส็ง ปีพ.ศ. ๒๓๕๒ - ๒๓๖๗ ขณะมีพระชนมายุได้ ๔๒ พรรษา รวมสิริดำรงราชสมบัติ ๑๖ ปี พระราชโอรส-ราชธิดา รวมทั้งสิ้น ๗๓ พระองค์ เสด็จสวรรคต : พ.ศ. ๒๓๖๗ วัดประจำรัชการ : วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง)วันที่15พ.ศ. 2155
ลักษณะคำประพันธ์ กลอนบทละคร มีลักษณะดังนี้
๑.กลอนแต่ละวรรค มีจำนวนคำระหว่าง ๗ – ๘ คำ
๒. การสัมผัสในจะมีทั้งสัมผัสพยัญชนะและสัมผัสสระเป็นคู่ ๆ ในแต่ละวรรค ทำให้เกิดเสียงเสนาะขึ้น เช่น
ว่าพลางโอบอุ้มอรทัย

ขึ้นไว้เหนือตักสะพักชม
เอนองค์ลงแอบแนบน้อง

เชยปรางพลางประคองสองสม
คลึงเคล้าเย้ายวนสำรวลรมย์

เกลียวกลมสมสวาทไม่คลาดคลาย
กรกอดประทับแล้วรับขวัญ

อย่าตระหนกอกสั่นนะโฉมฉาย
ฤดีดาลซ่านจับเนตรพราย

ดังสายสุนีวาบปลาบตา

ลักษณะนิสัยของตัวละคร
1.อิเหนาหรือระเด่นมนตรี เป็นโอรสของท้าวกุเรปันและประไหมสุหรีนิหลาอระตา แห่งกรุงกุเรปัน อิเหนาเป็นชายรูปงามมีเสน่ห์ เจรจาอ่อนหวาน นิสัยเจ้าชู้ มีความเชี่ยวชาญในการใช้กริชและกระบี่เป็นอาวุธ ท้าวกุเรปันได้สูขอบุษบาหนึ่งหรัดธิดาของท้าวดาหาเป็นคู่ตุนาหงันของอิเหนาตั้งแต่เด็ก ครั้นอิเหนาโตเป็นหนุ่มได้พบ จินตะหราวาตีและหลงใหลนางมาก จึงปฏิเสธไม่ยอมแต่งงานกับบุษบา แต่พอได้พบกับบุษบาก็หลงรักนาง จนกระทั่งลักพา ตัวนางไปขณะที่นางกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับระตูจรกา ทำให้องค์ปะตาระกาหลาโกรธอิเหนาจึงบันดาลให้ลมหอบนางไปเสีย อิเหนาก็ปลอมตัวเป็นโจรป่าชื่อ มิสารปันหยี ออกติดตามหานางจนทั่วแผ่นดินชวาก็ไม่พบ จึงตัดสินใจบวชเป็นฤาษี ใช้ชื่อว่า กัศมาหรา ได้รับความทุกข์ทรมานใจแสนสาหัสกว่าจะได้พบนางบุษบาอีกครั้ง ภายหลังอิเหนาได้เป็นกษัตริย์ครองเมืองกุเรปันมีมเหสีถึง ๑๐ องค์ได้แก่จินตะหราวาตี เป็น ประไหมสุหรีฝ่ายขวา บุษบาหนึ่งหรัด เป็น ประไหมสุหรีฝ่ายซ้ายสะการะวาตี เป็น มะเดหวีฝ่ายขวา มาหยารัศมี เป็นมะเดหวีฝ่ายซ้ายบุษบาวิศ เป็น มะโตฝ่ายขวา บุษบากันจะหนา เป็น มะโตฝ่ายซ้าย ระหนาระกะติกา เป็น ลิกูฝ่ายขวา อรสา เป็น ลิกูฝ่ายซ้าย สุหรันกันจาส่าหรี เป็น เหมาหลาหงีฝ่ายขวา หงยาหยา เป็น เหมาหลาหงีฝ่ายซ้าย 2.บุษบาหรึ่งหรัดหรือบุษบาเป็นธิดาของท้าวดาหาและประไหมสุหรีตาหราวาตี แห่งกรุงดาหา เมื่อตอนประสูติมีเหตุอัศจรรย์คือ มีกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งวัง ดนตรี แตรสังข์ ก็ดังขึ้นเองโดยไม่มีผู้บรรเลง ประสูติได้ไม่นาน ท้าวกุเรปันก็ขอตุนาหงัน ให้กับอิเหนา บุษบาเป็นหญิงที่งามล้ำเลิศกว่านางใดในแผ่นดินชวา กิริยามารยาทเรียบร้อย คารมคมคาย เฉลียวฉลาดทันคน ใจกว้างและมี เหตุผล จึงผูกใจให้อิเหนารักใคร่ ให้ลงหลงนางยิ่งกว่าหญิงอื่นนอกจากนั้นบุษบายังเป็นลูกที่ดีอยู่ในโอวาทของพระบิดาพระมารดา ยอมแต่งงานกับระตูจรกา แม้ว่าจะไม่พอใจในความขี้ริ้วขี้เหร่ของระตูจรกาก็ตาม
3.ท้าวกะหมังกุหนิง ผู้ครองเมืองกะหมังกุหนิง มีน้องชายสองคนคือ ระตูปาหยัง กับ ระตูประหมัน และโอรสชื่อวิหยาสะกำ ซึ่งพระองค์และมเหสีรักราวกับแก้วตา เมื่อท้าวกะหมังกุหนิงทราบว่าวิหยาสะกำคลั่งไคล้ใหลหลงบุษบา ธิดาของท้าวดาหาซึ่งเพียงแต่เห็นรูปวาดเท่านั้นพระองค์ก็แต่งทูตไปสู่ขอนางทันทีครั้นถูกปฎิเสธเพราะท้าวดาหายกบุษบาให้เป็นคู่หมั้นของระตูจรกาไปแล้วท้าวกะหมังกุหนิงก็โกรธมากยกทัพไปตีกรุงดาหาเพื่อแย่งบุษบามาให้วิหยาสะกำแม้ว่าน้องทั้งสองจะพยายามพูดทัดทานไว้ ท้าวกะหมังกุหนิงก็ไม่ยอมเปลี่ยนความคิด โดยปะกาศว่าจะยอมตายเพื่อลูก และเมื่อยกทัพไปถึงกรุงดาหา วิหยาสะกำถูกสังคามาระตาฆ่าตายทำให้ท้าวกะหมังกุหนิงแค้นมาก ขับม้าแกว่งหอกเข้ารุกไล่สังคามาระตาทันที แต่อิเหนาเข้าขวางไว้ และต่อสู้กันเป็นเวลานาน ในที่สุดท้าวกะหมังกุหนิงก็ถูกอิเหนาแทงด้วยกริชถึงแก่ความตาย
4.สังคามาระตาเป็นโอรสของระตูปักมาหงัน มีพี่สาวโฉมงามชื่อ มาหยารัศมี ซึ่งภายหลังได้เป็นมเหสีองค์หนึงของ อิเหนา สังคามาระตาเป็นชายรูปงาม มีความเฉลียวฉลาดรอบคอบ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เก่ง มีความซื่อสัตย์และกล้าหาญ ชำนาญในการใช้ทวนเป็นอาวุธ เป็นคู่คิดคู่ปรึกษาและช่วยเตือนสติอิเหนาหลายครั้ง ระตูปักมาหงันนำสังคามาระตากับมาหยารัศมีมาถวายให้อิเหนา อิเหนานึกรักและเอ็นดูสังคามาระตาจึงรับเป็นน้อง ตั้งแต่นั้นสังคามาระตาก็ติดตามไปทุกหนทุกแห่งจนเติบโตเป็นหนุ่ม ครั้งที่อิเหนาปลอมตัวเป็นโจรป่ามิสารปันหยี สังคามาระตาก็ปลอมตัวเช่นกัน โดยใช้ชื่อว่า จะหรังวิสังกา ครั้นอิเหนาบวชเป็นฤาษี สังคามาระตาก็บวชและเปลี่ยนชื่อใหม่ว่ายาหยัง สังคามาระตาเป็นผู้เดียวที่นึกสงสัยอยู่ตลอดเวลาว่า อุณากรรณคือบุษบาปลอมตัวมา จนวางแผนให้ยาหงูทหารคนสนิทไปแอบดูตอนอุณากรรณอาบน้ำ และคราวที่สียะตราปลอมตัวเป็นชาวป่าชื่อย่าหรันมาอยู่ในกรุงกาหลัง สังคามาระตาก็จำได้และยังช่วยเหลือให้สียะตราได้เกนหลงหนึ่งหรัด(วิยะดา)เป็นภรรยาด้วย ภายหลังเมื่ออิเหนากลับไปครองกรุงกุเรปันแล้ว ก็ได้ส่งสังคามาระตากับมเหสีคือกุสุมาไปครองเมืองปักมาหงันแทนบิดาซึ่งชรามากแล้ว
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง
1. การใช้อารมณ์ ในชีวิตของมนุษย์ทุกคนนั้น ย่อมต้องประสบพบกับเรื่องที่ทำให้เราโมโห หรือทำให้อารมณ์ไม่ดี ซึ่งเมื่อเป็นดังนั้น เราควรจะต้องรู้จักควบคุมตนเอง เพราะเมื่อเวลาเราโมโห เราจะขาดสติยั้งคิด เราอาจทำอะไรตามใจตัวเองซึ่งอาจผิดพลาด และพลอยทำให้เกิดปัญหาตามมาอีก ฉะนั้นเราจึงต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ตนเอง และเมื่อเรามีสติแล้วจึงจะมาคิดหาวิธีแก้ปัญหาต่อไป ซึ่งภายในเรื่องอิเหนาเราจะเห็นได้จากการที่ท้าวดาหาได้ประกาศยกบุษบาให้ใครก็ตามที่มาสู่ขอ โดยจะยกให้ทันที เพราะว่าทรงกริ้วอิเหนาที่ไม่ยอมกลับมาแต่งงานกลับบุษบาตามที่ได้หมั้นหมายกันไว้ การกระทำของท้าวดาหานี้ได้ก่อให้เกิดปัญหาและความวุ่นวายหลายอย่างตามมา และท้าวดาหานั้นยังกระทำเช่นนี้โดยมิได้สนใจว่าบุตรสาวของตนจะรู้สึกเช่นไร หรือจะได้รับความสุขหรือความทุกข์หรือไม่
2. การใช้กำลังในการแก้ปัญหา โดยปกติแล้ว เวลาที่เรามีปัญหาเราควรจะใช้เหตุผลในการแก้การปัญหานั้น ซึ่งถ้าเราใช้กำลังในการแก้ปัญหา นั้นเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดผลเสียตามมา และอาจเป็นการทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนไปด้วย ตัวอย่างเช่น ท้าวกะหมังกุหนิงที่ได้ส่งสารมาสู่ขอบุษบาให้กับวิหยาสะกำบุตรของตน เมื่อทราบเรื่องจากท้าวดาหาว่าได้ยกบุษบาให้กับจรกาไปแล้ว ก็ยกทัพจะมาตีเมืองดาหาเพื่อแย่งชิงบุษบา ซึ่งการกระทำที่ใช้กำลังเข้าแก้ปัญหานี้ก็ให้เกิดผลเสียหลายประการ ทั้งทหารที่ต้องมาต่อสู้แล้วพากันล้มตายเป็นจำนวนมาก สูญเสียบุตรชาย และในท้ายที่สุดตนก็มาเสียชีวิต เพียงเพราะต้องการบุษบามาให้บุตรของตน
3. การทำอะไรโดยไม่ยั้งคิด หรือคำนึงถึงผลที่จะตามมา การจะทำอะไรลงไป เราควรจะคิดทบทวนหรือ ชั่งใจเสียก่อนว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้องหรือไม่ ทำแล้วเกิดผลอะไรบ้าง แล้วผลที่เกิดขึ้นนั้นก่อความเดือดร้อนให้ผู้อื่นหรือไม่ เกิดอย่างไรบ้าง เมื่อเรารู้จักคิดทบทวนก่อนจะกระทำอะไรนั้น จะทำให้เราสามารถลดการเกิดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น หรือสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที ถ้าเราทำอะไรโดยไม่ยั้งคิด ก็มีแต่จะเกิดปัญหาตามมามากมาย เราจะเห็นตัวอย่างได้จากเรื่องอิเหนาในตอนที่อิเหนาได้ไปร่วมพิธีศพของพระอัยกีแทนพระมารดาที่เมืองหมันหยา หลังจากที่อิเหนาได้พบกับจินตะหราวาตี ก็หลงรักมากจนเป็นทุกข์ ไม่ยอมกลับบ้านเมืองของตน ไม่สนใจพระบิดาและพระมารดา ไม่สนใจว่าตนนั้นมีคู่หมั้นอยู่แล้ว ซึ่งมิได้คำนึงถึงผลที่จะตามมาจากปัญหาที่ตนได้ก่อขึ้น จากการกระทำของอิเหนาในครั้งนี้ก็ได้ทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างตามมา
ประโยชน์และคุณค่าที่ได้รับจากเรื่อง
1.คุณค่าในด้านเนื้อเรื่อง บทละครเรื่องอิเหนา มีโครงเรื่องและเนื้อเรื่องที่สนุก โครงเรื่องสำคัญเป็นเรื่องการชิงบุษบาระหว่างอิเหนากับจรกา เรื่องความรักระหว่างอิเหนากับบุษบา เนื้อเรื่องสำคัญก็คือ อิเหนาไปหลงรักจินตะหรา ทั้งที่มีคู่หมั้นอยู่แล้วซึ่งก็คือบุษบา ทำให้เกิดปมปัญหาต่างๆ
2. คุณค่าในด้านวรรณศิลป์
2.1 ความเหมาะสมของเนื้อเรื่องและรูปแบบ บทละครอิเหนาเป็นบทละครใน มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับกษัตริย์ กลวิธีการดำเนินเรื่องจึงยึดรูปแบบอย่างเคร่งครัด อากัปกิริยาของตัวละครต้องมีสง่า มีลีลางดงามตามแบบแผนของละครใน โดยเฉพาะการแสดงศิลปะการร่ายรำจะต้องมีความงดงาม ภาษาที่ใช้เหมาะสมกับตัวละคร จะใช้ถ้อยคำไพเราะ แสดงออกถึงอารมณ์ของตัวละคร ไม่ว่าจะเป็นความอาลัยอาวรณ์ ความโกรธ ความรัก การประชดประชัน กระบวนกลอนตลอดจนเพลงขับร้องและเพลงหน้าพาทย์มีความไพเราะอย่างยิ่ง ซึ่งถือว่าเป็นบทละครในที่เพียบพร้อมด้วยรูปแบบของการละครอย่างครบถ้วน
2.2การบรรยายและการพรรณนามีความละเอียดชัดเจน ทำให้เกิดจินตภาพ ไม่ว่าจะเป็นฉาก เหตุการณ์ สภาพบ้านเมือง ภูมิประเทศ รวมทั้งอารมณ์และความรู้สึกของตัวละคร ผู้อ่านเกิดความรู้สึกและความเกิดความเข้าใจในบทละครเป็นอย่างดี เนื่องจากการใช้โวหารเรียบเรียงอย่างประณีต เรียบง่าย และชัดเจน
2.3 การเลือกใช้ถ้อยคำดีเด่นและไพเราะกินใจ การใช้ถ้อยคำง่าย แสดงความหมายลึกซึ้ง กระบวนกลอนมีความไพเราะ เข้ากับบทบาทของตัวละคร โดยใช้กลวิธีต่างๆ ในการแต่ง
2.4 การใช้ถ้อยคำให้เกิดเสียงเสนาะ คำสัมผัสในบทกลอนทำให้เกิดเสียงเสนาะ มีทั้งสัมผัสสระและสัมผัสอักษร ทำให้กลอนเกิดความไพเราะ
3. คุณค่าในด้านความรู้
3.1 สังคมและวัฒนธรรมไทย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงสร้างฉากและบรรยากาศในเรื่องให้เป็นสังคม วัฒนธรรม และบ้านเมืองของคนไทย แม้ว่าบทละครเรื่องอิเหนาจะได้เค้าเรื่องเดิมมาจากชวา ทำให้ผู้อ่านเข้าใจสังคมและวัฒนธรรม ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีไทยในพระราชสำนักและของชาวบ้านหลายประการ
4.คุณค่าทางด้านการละครและศิลปกรรม
4.1 การละคร บทละครเรื่องอิเหนาเป็นยอดของละครรำ เพราะใช้คำประณีต ไพเราะ เครื่องแต่งตัวละครงดงาม ท่ารำงาม บทเพลงขับร้องและเพลงหน้าพาทย์กลมกลืนกับเนื้อเรื่องและท่ารำ จึงนับว่าดีเด่นในศิลปะการแสดงละคร
4.2 การขับร้องและดนตรี วงดนตรีไทยนิยมนำกลอนจากวรรณคดีเรื่องอิเหนาไปขับร้องกันมาก เช่น ตอนบุษบาเสี่ยงเทียน และตอนประสันตาต่อนก เป็นต้น
4.3 การช่างของไทย ผู้อ่านจะได้เห็นศิลปะการแกะสลักลวดลายการปิดทองล่องชาด และลวดลายกระหนกที่งดงามอันเป็นความงามของศิลปะไทย ซึ่งจะทำให้เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นชาติ
คำศัพท์
1.กระยาหงัน สวรรค์
2.กิริณี ช้าง
3.จตุรงค์ กองทัพ4เหล่า คือ ช้าง ม้า รถ และพลเดินเท้า
4.ดัสกร ศัตรู
5.ตุนาหงัน หมั้นหมาย
6.สามนต์ เจ้าเมืองที่เป็นเมืองขึ้น
7.อัปรา ยอมแพ้
8.อึงอุตม์ เสียงดังมาก
9.ย่างทีสะเทิน การเดินอย่างเร็วของช้าง